Mechanical keyboard เป็นสิ่งที่ผมเล็งไว้ว่าจะซื้อหลายเดือนมากๆ กว่าจะได้ซื้อจริง
ก่อนจะซื้้อหาข้อมูลดูยูทูป ดูไปหลายแชแนลมากๆ ทั้งของไทยทั้งของฝรั่ง ของฝรั่งนี่ได้ไล่ดูหลายวิดีโอมากๆ จนเห็นเทรนตั้งแต่ช่วงที่คีย์บอร์ดมันบูมมากๆ จากช่วงโควิดคน WFH แล้วมีหลายแชแนลเจริญเติบโตจนคนติดตามเป็นล้าน มีการพาไปทัวร์โรงงานผลิตสวิตซ์ มีรีวิวทั้งแบบสปอนเซอร์และไม่สปอนเซอร์
ดูจนเห็นว่ามีเทรนช่วงที่แทบทุกช่องแนะนำคีย์บอร์ดรุ่นเดียวกันหมดของ Keychron เพราะมันดีที่สุดจริงๆ ในช่วงเวลานั้น จนเริ่มมีแบรนด์อื่นๆ มาตีตลาดจนแต่ละแชแนบเริ่มความเห็นไม่ตรงกัน จนช่วงนึกถ้าพูดถึง Mechanical keyboard ราคาไม่แพง ทุกแชแนลจะพร้อมใจกันแนะนำ Royal Kludge เพราะว่ามันถูกและดีที่สุดจริงๆ ในราคานั้น ณ ตอนนั้น (ซึ่งก็คือช่วงต้นปีนี้ 2023)
แต่สุดท้ายทำไมมาลงเอยที่ James Donkey A3
1. ฟีเจ้อต่างๆ ที่มันให้มาเยอะ
James donkey เท่าที่หาข้อมูล เหมือนจะเป็นแบรนด์จีนที่พยายามทำคีย์บอร์ดเป็นยัดทุกอย่างเข้าไปให้มากที่สุดในราคาที่ถูกที่สุด คืออะไรที่คนซื้อยี่ห้ออื่นที่ดังมาก่อน แล้วต้องเอาไปแกะโมเอง มาเจ้านี้เขายัดมาให้เลยพวกโฟมรองกันกระแทกอะไรต่างๆ ไม่รู้ว่าเขาไปลดต้นทุนกันยังไง (แต่เอาจริงแผ่นโฟมมันก็ไม่ได้แพงป่ะ) อาจจะด้วยค่าแรงที่ถูกกว่าค่ายยุโรป หรือเทคนิคใดๆ
จริงๆ ผมเปลี่ยนใจหลายรอบมากๆ กว่าจะตัดสินใจซื้อคีย์บอร์ดตัวนี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดเรื่องนึงซึ่งทำให้เลือกยี่่ห้อนี้ เพราะมีเพื่อนผมที่ทำงานพกมาแล้วผมได้ลองกดดู โอ้โห ทำไมมันกดสนุกขนาดนี้ ไม่เหมือนคีย์บอร์ด “เกมมิ่ง” ราคาหลักร้อยที่ผมเคยซื้อมาจากคอมมาร์ทเลย มันกดแล้วรู้สึกไม่ฝืน การได้กดคีย์บอร์ดจริงๆ มันต่างกับการดูวิดีโอฟังยูทูปเบ้อบรรยายความรู้สึกการกดคีย์บอร์ดให้เราได้ฟังอย่างมากจริงๆ แบบมีนัยยะสำคัญ
คือส่วนตัวเคยลองกดของ keychron ที่มีวางไว้ตามร้าน B2S ในห้างมาแล้วเหมือนกัน แต่ก็รู้สึกว่ามันให้ความรู้สึกโล่งๆ มากกว่ามาก ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ลองมันใช้สวิตซ์อะไรมาใส่ให้ลองตอนนั้น แต่ของ James donkey นอกจากปุ่มกดแล้วยังชอบทรงคีย์บอร์ดที่เขาเรียก “แก๊สเก็ต” ด้วย ที่กดแล้วมันเหมือนยุบลงไปทั้งบอร์ด
อันนี้เป็นภาพจากเว็บของมันเลยที่ค่อนขี้โม้ แต่ก็คือมันยัดอะไรหลายอย่างไว้มากๆ

2. ราคาที่ถูกมากๆ แบบดวงดี
คือต้องบอกว่าผมจังหวะดีมากๆ ด้วย เพราะยี่ห้อนี้รุ่นนี้ถ้าไปไล่หาจริงๆ ในเน็ตตอนนี้จะเจอราคาประมาณสองพันปลายๆ เกือบสามพัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านที่นำเข้ามาสต๊อกของในไทย
แต่ผมดันไปเจอร้านนี้ในช้อปปี้ซึ่งมันเป็นร้านจีนที่สต๊อกของไว้ในจีน ซึ่งร้านแนวๆนี้ปกติผมไม่กล้าซื้อเพราะมันส่งนานบางทีเป็นเดือน แต่พอไปอ่านรีวิว เห้ย วีคกว่าๆ ก็ได้ของแล้ว แถมราคาก็ถูกตามมาตรฐานร้านส่งจากจีน(เพราะไม่บวกกำไรกับต้นทุนสต๊อกในไทย)
จริงๆ ก็มีกลัวไม่ได้ของบ้างเหมือนกัน แต่เคยไม่ได้ของจากร้านใน Shoppee แล้วแจ้งซัพพอร์ทไปได้เงินคืนง่ายมากๆ เลยคิดแล้วไม่กลัว กดสั่งไปเลย
สรุปก็คือได้มาในราคาที่ถูกกว่าราคาตลาดมากๆ แถมส่งเร็วด้วย แล้วถ้าเข้าไปดูในร้านตอนนี้มันจะไม่มีแล้วนะรุ่นนี้ ไม่รู้ทำไม มันเอาออกไปหมดเลย
จะว่าไปในภาพชื่อสินค้ามันเขียน RGB แต่พอได้ของมามันเป็นแบบไฟขาวอย่างเดียวนะ แต่เห็นราคาถูกเลยไม่ได้เคลมอะไร ก็ช่างมัน

ความรู้สึกหลังใช้จริงประมาณสามเดือน
ดีมากๆ คือผมใช้คอมตั้งโต๊ะ+โน๊ตบุ๊คพร้อมกัน มันก็สวิตซ์ไหลลื่นมากๆ แต่สับสวิตซ์ด้านหลังตัวคีย์บอร์ดที่เดียว
หน้าตาก็ดูดี แข็งแรงทนทาน ถึงแม้จะเป็นพลาสติกแต่ก็ดูไม่ก๊องแก๊ง ในรูปนี่คือผมสั่งคีย์แคปลายเกมภาษาไทยมาเปลี่ยนเองตรงพวกตัวอักษร พวกคีย์คำสั่งต่างๆ ยังใช้ของมันอยู่เพราะรู้สึกว่าสวยดี และก็เห็นไอคอนฟังก์ชั่นคีย์ลัดด้วย
ตอนพิมพ์ก็ได้ความรู้สึกพิมพ์สนุกมากๆ ไม่เหมือนคีย์บอร์ดรุ่นเดิมๆ ที่เคยใช้มาตั้งแต่เด็ก คนคิดดีไซน์ทั้งเสียงและความรู้สึกตอนกดพวกนี้มันสุดยอดจริงๆ นะ คืออยากพิมพ์ไม่หยุดถึงแม้จะไม่มีอะไรให้พิมพ์แล้วก็ตาม
ข้อเสียที่รู้สึกขัดใจนิดหน่อย นิดเดียวจริงๆ คือบางทีมันพิมพ์ไวไปหน่อย โดนนิดนึงก็นับว่ากดละ แต่นั่นก็คงแล้วแต่คนชอบ หรืออาจจะแก้ด้วยการซื้อสวิตซ์รุ่นอื่นมาเปลี่ยนเองได้ เพราะรุ่นนี้มันแงะสวิตซ์เปลี่ยนได้

ถ่ายให้เห็นภาพรวม ไซส์กำลังดี

กล่องหน้าตาดูดี ไม่เหมือนของบางยี่ห้อที่จะดูโทรมๆหน่อย

มองจากด้านข้างจะเห็นความหนาและทรงดีไซน์ของมัน
สรุปสั้นๆ คือคุ้มค่า (ถ้าได้ราคาดี?)
คือผมได้ของมาราคาถูกจะเคลมว่ามันคุ้มค่าก็กระไรอยู่ แต่โดยรวมคือมันทนทาน พิมพ์สนุก ใช้ได้จริง เปลี่ยนโหมดง่าย ส่วนความคุ้มค่าก็แล้วแต่ว่าได้มาในราคาไหน หรือแต่ละคนพอใจแค่ไหน แต่ด้วยความรู้สึกในการพิมพ์ผมชอบมากกว่าของ Keychron กับ Royal kludge ละกัน คือเคยลองแค่สองยี่ห้อนี้
