วันนี้อ่านข่าวว่า Blue Beetle กลายเป็นหนังที่ทำรายได้ต่ำสุดของหนัง DCEU
ซึ่งตอนอ่านก็ตกใจเล็กๆ แต่ไม่ได้ตกใจขนาดนั้น
หนังเรื่องนี้ผมเข้าไปดูในโรง(ไม่แน่ใจว่าตอนนี้มันลงสตรีมมิ่งหรือยัง) ต้องบอกว่ามันเป็นหนังที่เพลย์เซฟ เนื้อเรื่องสูตรสำเร็จมากๆ ถ้าดูหนังฮีโร่มาประมาณนึงคือแทบจะเดาฉากต่อไปได้ตลอดทั้งเรื่องตั้งแต่ฉากแรกยันฉากจบ คือมันไม่ความสนุกเหลือให้ลุ้นเลยจริงๆ แล้วตัวอย่างหนังก็ไม่ได้ทำมาชวนนน่าติดตามขนาดนั้นด้วย แล้วด้วยความที่เดี๋ยวนี้หนังค่ายดีซีมันลงสตรีมมิ่งเร็วมากๆ คนคงไม่อยากเสียตังค่าตั๋วไปดูในโรงเท่าใดนัก
ส่วนตัว Blue beetle เป็นตัวละครฮีโร่ที่ผมชอบมากๆ ตัวนึงเลย แต่การที่ผมชอบตัวละครก็ไม่ได้หมายความว่าจะชอบที่มันเอามาทำหนังเดี่ยว ตัวละครนี้ผมรู้สึกว่ามันเหมือนเป็นตัวละครกลางๆ โผล่มาแจมคนอื่นบ้างอะไรบ้างน่าจะกำลังดี อารมณ์แบบบั๊กกี้ของมาร์เวล คือมันเท่และมีแบ๊คกราวน์ดี น่าติดตามประมาณนึง แต่ก็ไม่ได้ขนาดนั้น
เอาจริงๆ ผมว่าส่วนที่น่าสนใจของตัวละครนี้คือพาร์ทของแมลงที่มาจากต่างดาวมากกว่า ซึ่งในหนังไม่ได้กล่าวถึงซักเท่าไหร่ เน้นเรื่องดราม่าครอบครัวพระเอกซะมากกว่า ซึ่งคนดูน่าจะดูเรื่องทำนองนี้จากสไปเดอร์แมนมาเยอะจนเบื่อแล้ว
ส่วนเต่านินจาอนิเมชั่นภาคใหม่ คือหลังจากดูเรื่องนี้ไปไม่นานก็ได้ไปดูเต่านินจานี่แหละ ทำให้รู้สึกเลยว่า จริงๆแล้วหนังฮีโร่มันยังไม่หมดมุกนะ มันยังทำให้สนุกได้อีกตั้งหลายแบบ ลองดูเต่านินจาภาคใหม่นี่เป็นตัวอย่างได้เลย เป็นภาคแรกเล่าเรื่องจุดกำเนิดฮีโร่เหมือนกัน แต่เนื้อเรื่องมีความสดใหม่กว่ามากๆ
สรุปคือ คนเบื่อหนังฮีโร่สูตรสำเร็จแล้วแหละ
เรื่องล่าสุดที่ทำแนวซ้ำๆแบบนี้แล้วยังเวิร์คน่าจะ Ant-man ภาคแรกมั้ง ซึ่งก็นานแล้วนะ ทำตอนนี้คงไม่ได้แล้ว และดูจากรายได้หนัง Blue Beetle แล้วก็คิดว่าคงไม่มีใครกล้าทำแล้วแหละ

ว่าไปแล้วภาพโปสเตอร์ Blue beetle นี่คือเอาตรงๆดูปุ๊ปก็แทบจะเดาอารมณ์หนังได้เลยว่ามาทรงๆไหน
